
*สัมภาษณ์วันที่ 6 กันยายน 2564
จุดแข็ง vs ปัจจัยที่ต้องจับตา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
สหรัฐ ฯ เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี 2020 สหรัฐ ฯมีสัดส่วน GDP ใหญ่ที่สุดในโลกที่ 24% รองลงมาคือจีน 14% และมีสัดส่วน Market Cap ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน อยู่ที่ 41% ขณะที่จีนอยู่ที่ 11% และเศรษฐกิจสหรัฐ ฯ เริ่มฟื้นตัวแล้ว ในไตรมาส 1 มีการขยายตัว GDP 6.3% และไตรมาส 2 ขยายตัว 6.6%
เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่ค่อนข้างดีในสหรัฐฯ ทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโต 60% ในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงในหุ้นสหรัฐฯอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน่าลงทุน
ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวค่อนข้างสูง หากไม่ใช่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นชั่วคราวอย่างที่ Fed คาดการณ์ อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าปี 2023 ซึ่งอาจทำให้ตลาดตกใจได้ อีกทั้งมีความเสี่ยงของการกลับมาระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19
จุดเด่นของการลงทุนในดัชนี Russell 1000
ดัชนี Russell 1000 มีหุ้นกว่า 1,000 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนหุ้นในดัชนี S&P 500 ทำให้ครอบคลุมธุรกิจเติบโตใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งการลงทุนในหุ้นกว่า 1,000 ตัวถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสมดุลในทุกสภาวะการณ์
Principal US Equity Fund (USEQ)
กองทุน Principal US Equity (USEQ) ลงทุนในกองแม่ที่ชื่อว่า iShares Russell 1000 ETF บริหารโดย Blackrock ซึ่งครอบคลุมการลงทุนทุก Sector จำนวน 11 Sectors ทั้งหุ้นเติบโต หุ้นคุณค่า หุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ FAANG และ Tesla โดยหุ้น 10 อันดับแรกจะเหมือนกับหุ้น Top 10 ของ S&P 500 แต่จะมีหุ้นเพิ่มเติมที่น่าสนใจอื่น ๆ เข้ามาอีก เช่น NOVAVAX, Doordash, Beyond meat, Snowflake และ Virgin Galactic Holdings
